หน้าเว็บ

บทความที่ได้รับความนิยม

manman

Loading...
มาช่วยกันดูแลโลกเรา...หยุดโลกร้อนทุกๆคนทำได้
I love the family. My father and mother. Good nature my world.
Love to everyone. I love the world.

เกาะงูนรก? เกาะมรณะแห่งบราซิลที่ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยงู


เกาะงูคลั่ง!? เปิดแดนมรณะแห่งบราซิลที่ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วย..ความตาย
ฟังชื่ออาจเหมือนเป็นพล๊อตหนังสยองขวัญต้นทุนต่ำสักเรื่อง แต่เปล่าเลย…เพราะห่างจากชายฝั่งของบราซิลไปประมาณ 90 ไมล์ ยังมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนมรณะขนาดแท้ ที่ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง และยังเต็มไปด้วยใยแมงมุมที่โยงไปมาเหนือยอดไม้ แถมที่เลวร้ายยิ่งกว่า นั่นคือทุกๆ 1 ตารางเมตรบนเกาะ จะพบงูพิษซ่อนตัวอยู่อย่างน้อย 5 ตัว

อย่างที่บอกไปแล้วว่านี่ไม่ใช่นิยายสยองขวัญ แต่มันคือเกาะที่ชื่อว่า Ilha da Queimada Grande (อิลยา ดา เกย์มาดา กรังจี) เกาะนอกชายฝั่งของเมืองเซาเปาลู ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในดินแดนร้างมนุษย์ และไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยที่สุดบนโลก 

เพราะทุกซอกมุมของเกาะแห่งนี้เต็มไปได้งูพิษจำนวนมาก และที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ Golden Lancehead งูพิษถิ่นเดียวที่พบได้แค่บนเกาะแห่งนี้ และมีประชากรมากถึง 5,000 ตัวบนเกาะ แถมเจ้างูพวกนี้ยังเป็นประเภทโจมตีแบบไม่เลือกหน้า และพิษของมันยังมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการอาเจียน วิงเวียน และเสียชีวิตใน 1 ชั่วโมง

ด้วยความเป็นงูที่อันตรายขั้นสุด และยังมีจำนวนเยอะมาก แถมไม่สามารถกำจัดเนื่องจากเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น จึงทำให้กองทัพเรือบราซิลประกาศให้เกาะนี้เป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไปหากไม่ได้รับอนุญาต มีเพียงนักวิทยาศาสตร์กลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่เดินทางเข้าไปศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของพวกงูเหล่านี้ จนได้พบความจริงที่ว่าทำไมเกาะแห่งนี้จึงไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง เพราะแม้ที่นี่จะมีประชากรนกอาศัยอยู่บ้าง

 (ส่วนใหญ่เป็นนกที่บินหลงทางมาจากแผ่นดินใหญ่) แต่ส่วนใหญ่พวกมันจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่องูได้ง่ายๆ (แต่ส่วนใหญ่ก็โดยจับได้อยู่ดี) แถมยังมีการศึกษาพบว่าบางครั้งงูพันธุ์นี้ยังสามารถพุ่งตัวจากกิ่งไม้อีกกิ่งขึ้นไปโจมตีนกที่ไม่ทันระวังตัวได้ด้วย

แม้จะดูเหมือนเกาะที่เต็มไปด้วยนักล่า และไม่น่าจะเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ได้ แต่เนื่องจากงูนั้นไม่จำเป็นต้องล่าเหยื่อบ่อย และแค่นกตัวเดียวก็ช่วยให้มันอิ่มไปได้นับสัปดาห์แล้ว แถมที่นี่ยังไม่นักล่าอื่น หรือมนุษย์ที่เข้ามาแทรกแซงระบบนิเวศ จึงทำให้เกาะแห่งนี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์เอาไว้มาก

รายการบล็อกของฉัน